นายกฯ ลงพื้นที่ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี เหตุสลดเด็ก 14 เครียดเรื่องเรียน กราดยิงดับ 8 ศพ สั่งยกระดับคุมเข้มตรวจอาวุธทั่วประเทศ

นนทบุรี — วันนี้ (7 สิงหาคม 2569) เวลา 15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจจุดเกิดเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รายงานสถานการณ์เบื้องต้น
เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยมีผู้เสียชีวิตรวมทั้งหมด 8 ราย (รวมปู่ ย่า ผู้ก่อเหตุ และครูอีก 5 คน) และมีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 30 ราย ในจำนวนนี้มีผู้บาดเจ็บสาหัสต้องดูแลอย่างใกล้ชิดราว 9 ราย ซึ่งกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
จากการประชุมรับฟังรายงาน นอกสถานที่ นายกรัฐมนตรีเปิดเผยว่า มูลเหตุจูงใจเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากความเครียดด้านการเรียน เนื่องจากย่าซึ่งเป็นครูมีความเข้มงวดกวดขันและอยากให้ผู้ก่อเหตุเรียนได้ดี จากการสอบปากคำเพื่อนสนิทพบว่าเด็กมีความกดดันเรื่องนี้สะสมมาโดยตลอด
ผู้ก่อเหตุได้ลงมือก่อเหตุโดยทำร้ายปู่และย่าที่บ้านพักก่อนจะเดินทางมาก่อเหตุต่อที่โรงเรียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่ามีการเตรียมการมาอย่างเป็นระบบ มีลำดับขั้นตอนและเป้าหมายชัดเจน นอกจากนี้ จากการตรวจสอบโซเชียลมีเดียพบว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ผู้ก่อเหตุเคยโพสต์ภาพอาวุธปืน (ซึ่งเป็นของปู่และมีทะเบียนถูกต้อง) ลงในอินสตาแกรมส่วนตัว
"เรื่องนี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ผู้ก่อเหตุยังมีกระสุนอยู่อีกกว่า 30 นัด หากไม่จบชีวิตตัวเองลงเสียก่อน อาจเกิดการทำร้ายผู้คนเพิ่มเติมได้อีกจำนวนมาก" — นายอนุทิน กล่าว
ยันผู้ก่อเหตุจบชีวิตเองไร้แรงกดดันจาก ตร.
นายกรัฐมนตรีระบุถึงวินาทีเผชิญเหตุว่า ผู้ก่อเหตุได้ตัดสินใจจบชีวิตตนเองโดยไม่มีความกดดันจากเจ้าหน้าที่บ้านเมือง พร้อมระบุว่าหากผู้ก่อเหตุไม่จบชีวิตตนเองและเกิดการต่อสู้ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเผชิญสถานการณ์ที่ยากลำบากยิ่งขึ้นเนื่องจากผู้ก่อเหตุเป็นเยาวชนอายุเพียง 14 ปี
ส่วนประเด็นการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ของผู้ก่อเหตุที่มีรายงานว่าเคยเปิดดูคลิปเหตุการณ์กราดยิงในต่างประเทศนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่าเด็กในวัยนี้เข้าถึงข้อมูลข่าวสารผ่านโซเชียลมีเดียได้ง่าย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำบทเรียนครั้งนี้มาถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก
จากเหตุการณ์ดังกล่าว นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงมาตรการควบคุมอาวุธปืน โดยระบุว่ากฎหมายปัจจุบันมีความชัดเจนอยู่แล้วว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่มีหน้าที่ราชการไม่ได้รับอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนออกนอกเคหสถานหรือในที่สาธารณะ
ก่อนเดินทางกลับ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการอย่างเร่งด่วนไปยัง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้ยกระดับมาตรการโดยการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธปืนทั่วประเทศ เพื่อสร้างความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้กับบรรยากาศในสถานศึกษาและสถานที่สาธารณะ
เดินหน้ามาตรการเยียวยาผู้กระทบกระเทือนจิตใจและครอบครัว
ในส่วนของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ นายกรัฐมนตรียืนยันว่ามีหลักเกณฑ์ตามระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงศึกษาธิการรองรับอยู่แล้ว พร้อมกำชับว่าจะเร่งช่วยเหลือดูแลผู้เคราะห์ร้ายทุกรายอย่างเต็มที่และดีที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตความสะเทือนใจครั้งนี้ไปให้ได้
 


image รูปภาพ
image
image
image
image

Line

คะแนนโหวต :
StarStarStarStarStar
บทความยอดนิยม