วันนี้ (5 มี.ค. 69) เวลา 16.00 น. นางระวีพรรณ แก้วเพียงเพ็ญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานกิจกรรม "คัดผลคุณภาพ ยกระดับคุณค่าทุเรียนนนท์ ปี 2569" โดยมีนายนิพิจ พินิจผล เกษตรจังหวัดนนทบุรี เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนนทบุรี หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดนนทบุรีประธานหอการค้าจังหวัดนนทบุรี ร่วมลงพื้นที่และตัดแต่งผลทุเรียน เพื่อเป็นการส่งเสริมและประชาสัมพันธ์ทุเรียนนนท์ให้คงไว้ซึ่งคุณภาพและมาตรฐานการผลิต อีกทั้งยังเป็นการเผยแพร่ภูมิปัญญาและวิถีชาวสวนทุเรียนนนท์ ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ณ แปลงเกษตรกรนายกิตติ มั่นกตัญญู (สวนทุเรียนลุงสมพงษ์) หมู่ 2 ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
นายนิพิจ พินิจผล เกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า ปัจจุบันจังหวัดนนทบุรีมีพื้นที่ปลูกทุเรียนรวมประมาณ 2,138ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน 1,277 ครัวเรือน ให้ผลผลิตรวมประมาณ 41.69 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 65 ล้านบาทต่อปี โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา มีทุเรียนนนท์ออกจำหน่ายถึง 12,000 ลูก ซึ่งทุกลูกผ่านการคัดคุณภาพทั้งหมด สะท้อนแนวคิด "ทำน้อยแต่ได้มาก" ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีได้นโยบายส่งเสริมอย่างต่อเนื่อง
สิ่งที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีมูลค่าสูงกว่าพื้นที่อื่นคือ กรรมวิธีการดูแลอย่างประณีตตามภูมิปัญญาชาวสวนทุเรียนดั้งเดิม อาทิ การปัดเกสรทุเรียน (ผสมเกสรด้วยมือ) เพื่อให้ทุเรียนผสมติดดีและได้ผลที่สมบูรณ์ , การตัดแต่งผลและการห่อผล สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นที่สวนวันนี้ อยู่ในขั้นตอนการตัดแต่งผล จะแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่
- ระยะที่ 1 (หางแย้) หลังดอกบานประมาณ 2 สัปดาห์ ตัดผลที่บิดเบี้ยว ขนาดเล็ก หรืออยู่ในตำแหน่งไม่เหมาะสมออก
- ระยะที่ 2 (ไข่ไก่) หลังดอกบานประมาณ 3-4 สัปดาห์ ตัดผลขนาดเล็กและรูปทรงไม่สมบูรณ์ออก
- ระยะที่ 3 (กระป๋องนม) หลังดอกบานประมาณ 5-6 สัปดาห์ คัดเลือกผลที่สมบูรณ์ที่สุดและห่อด้วยชะลอมเหล็กเพื่อป้องกันศัตรูพืช(กระรอก) เข้าทำลายผลทุเรียน
ในแต่ละต้น เกษตรกรจะไว้ผลไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับพันธุ์ อายุต้น และความสมบูรณ์ของต้น หากต้นที่มีความสมบูรณ์เต็มที่จะไว้ผลประมาณ 15-30 ลูกต่อต้นเท่านั้น วิธีการนี้ทำให้ต้นทุเรียนสามารถส่งสารอาหารได้เต็มที่ ผลที่ได้จึงมีขนาด รสชาติ และความสมบูรณ์ จะเห็นได้ว่าทุเรียนนนท์ทุกลูก ผ่านการดูแลเอาใจใส่จากชาวสวนอย่างประณีตตลอดทุกขั้นตอนอย่างแท้จริง